เชิญร่วมงาน รวมพลังสายใย...เสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้ป่วยลมชัก วันจันทร์ที่ 21 พ.ย.62 เวลา 9.00-15.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5 รพ.พระมงกุฎเกล้า

เชิญร่วมงาน รวมพลังสายใย...เสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้ป่วยลมชัก วันจันทร์ที่ 21 พ.ย.62 เวลา 9.00-15.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5 รพ.พระมงกุฎเกล้า 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: หมอทั่วโลกฮือฮา วิปัสสนาฯรักษาความดันได้ ผลวิจัยยันแค่30นาที  (อ่าน 1272 ครั้ง)

ออฟไลน์ Thanks-Epi

  • Meeting2
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 902
หมอทั่วโลกฮือฮา วิปัสสนาฯรักษาความดันได้ ผลวิจัยยันแค่30นาที
« เมื่อ: วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2016 เวลา 21:07 น. »



http://www.hed.go.th/hed/news/3676

       มจร. ค้นพบการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานด้วยวิธีเดินจงกรมและนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจแบบ "ยุบหนอ-พองหนอ" เพียง 30 นาที สามารถช่วยทำให้ค่าความดันโลหิตของมนุษย์ลดลงได้ เผย "โซไซตี้  ออฟ เนโพรโลยี" ฮือฮายกผลงานวิจัยแพร่ผ่านนิตยสารออนไลน์ให้หมอจากทั่วโลกรับรู้
          เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่วิทยาลัยสงฆ์ นครน่านเฉลิมพระเกียรติ วัดพระธาตุแช่แห้งจ.น่าน สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์และวิทยาลัยสงฆ์นครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จัดสัมมนาวิจัยพุทธศาสนานานาชาติครั้งที่ 7 ซึ่งในการประชุมได้นำเสนองานวิจัยพระพุทธศาสนา เรื่อง "ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานต่อระดับของความดันโลหิต" ของนางจุฑามาศ วารีแสงทิพย์ อาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาธรรมนิเทศบัณฑิตวิทยาลัย มจร. โดยงานวิจัยดังกล่าว ได้สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
          นางจุฑามาศ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน พบความเครียดเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคความ ดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดหัวใจตาม มา จึงตั้งข้อสังเกตว่าการปฏิบัติธรรมนั้น ช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ จึงได้ทำวิจัยนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานที่เป็นลักษณะและวิธีการของการเจริญสติปัฏฐาน 4 ที่เป็นหลักคำสอนสำคัญในพุทธศาสนาว่า จะมีผลดีต่อการลดความดันโลหิตหรือไม่ โดยวิธีการวิจัยจะศึกษาการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4 ในพระไตรปิฎกโดยใช้วิธีการกำหนดลมหายใจแบบยุบหนอ-พองหนอและได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากผู้ปฏิบัติธรรม ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม มจร.วังน้อย และศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานนานาชาติ วัดมหาธาตุยุวราช รังสฤษฎิ์ ซึ่งเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ  17-77 ปี มีความตั้งใจจริงที่จะปฏิบัติสามารถเดินจงกรมและนั่งสมาธิ ในเวลาเท่ากันอย่างต่อเนื่องได้นาน 30 นาที 25 คน 45 นาที 20 คน และ 60 นาที  20 คน ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 65 คน โดยจะวัดความดันโลหิตและชีพจรก่อนและหลังการปฏิบัติ
          นางจุฑามาศ กล่าวต่อไปว่า ผลการศึกษาพบว่าก่อนเดินจงกรมและหลังนั่งสมาธิเป็นระยะเวลาติดต่อกันอย่างละ 30-45 และ 60 นาที ตามลำดับมีชีพจรเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อมาเมื่อกลุ่มตัวอย่างก่อนเดินจงกรมและหลังนั่งสมาธิเป็นระยะเวลาติดต่อกันอย่างละ 45 นาที พบว่ามีค่าความต่างระหว่างค่าความดันตัวล่างกับตัวบน หรือค่าความดันโลหิตเฉลี่ยลดลงจึงสรุปได้ว่าวิธีการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานตามแนวทางนี้เมื่อทำต่อเนื่องทั้งการเดินจงกรมและการนั่งสมาธิตามเวลาดังกล่าวทำ ให้มีการปรับอินทรีย์สมดุลเป็นผลให้ลดการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติจนทำให้ชีพจรและค่าความดันของผู้ปฏิบัติเฉลี่ยลดลงตามลำดับเวลาของการปฏิบัติ โดยค่าที่ลดลงของความดันโลหิตจากผลงานวิจัยครั้งนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 10 มิลลิเมตรปรอท
          "ผลงานวิจัยครั้งนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคความดัน โดยล่าสุดในการประชุมอเมริกันโซไซตี้  ออฟ  เนโพรโลยี ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อเดือน พ.ย. 2558 ยังนำผลงานวิจัยดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านทางนิตยสารออนไลน์ในการประชุมคิดนี่วีค โดยเป็นการประชุมสมาคมแพทย์โรคไตของสหรัฐ ซึ่งมีแพทย์จากทั่วโลกเข้าร่วมประชุมด้วย" นางจุฑามาศ ระบุ.
--จบ--

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 23 ก.พ. 2559 (กรอบบ่าย)--
It?s what you do in the dark, that puts you in the light
สิ่งที่ทำให้ชีวิตคุณอยู่ในความมืดมิด ก็ทำให้คุณดูสว่างจากสิ่งนี้เช่นกัน

Tegretol CR(200mg)2*2
Keppra(250mg)1*2
Phenobarb(60mg)1*1
Folic(5mg)1*1
Frisium(5mg)1*2
  @@@ over dose  Tegretol CR 1000 mg @@@

 


Powered by EzPortal